ปัจจุบันกระแสนิยมธรรมะ..
เริ่มตื่นตัวแผ่ขยายไปตามที่ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น..
อาจเป็นเพราะ..คนเป็นทุกข์มากขึ้น..
จึงต้องการธรรมะ..เพื่อดับทุกข์..
เพื่อใช้ธรรมะเป็นยาแก้ปัญหาชีวิต..

สร้างกระแสธรรม นำกระแสสุข

ก็เป็นเรื่องธรรมดาว่า..
หากมีความสุข..
คนเราก็จะไม่ค่อยนึกถึงธรรม..
เรียกว่าง่าย ๆ ว่า..ลืมธรรมะ..

แต่พอเวลามีความทุกข์..
เรากลับนึกถึงธรรมะ..
เริ่มสนใจ..เอาใจใส่ตนเองมากขึ้น..
หันหน้าเข้าหาธรรมะ..เอาธรรมะนำหน้า..
ใช้ธรรมะเป็นเครื่องดำเนินชีวิต..
ที่เราเข้าใจกันเป็นอย่างดีว่า..ทุกข์เกิด..ธรรมะเกิด..

ก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ..
เพราะเวลาที่คนเราประสบความสุข..
มักจะลืมตัว..ลืมตน..
หลงระเริงอยู่กับความสุข..(ชั่วครั้งชั่วคราว)..
จนทำให้มองไม่เห็นธรรม..

แต่พอมีความทุกข์..ความทุกข์เกิด..
จึงเริ่มมองเห็นธรรม..
และให้ความสำคัญกับธรรมะมากยิ่งขึ้น..
เพราะเข้าใจว่า..ธรรมะดับทุกข์ได้จริง..

คนเรา..หากไม่ทิ้งธรรม..
ชีวิตก็จะมีความสุข..
ปัจจุบันที่คนเรามีความทุกข์กันมาก..
เพราะจิตใจห่างไกลธรรม..
และมักคิดว่า..
ธรรมะไม่ใช่สิ่งสำคัญ..
ธรรมะเป็นของคนแก่วัด..เท่านั้น..
จึงไม่สนใจใฝ่ธรรม..

หากเราคิดเช่นนี้..
ถือว่า..เรากำลังเดินหนีห่างจากธรรม..

เพราะฉะนั้น…
การสนใจ..หรือเอาใจใส่ในธรรม..
จึงเป็นการนำตัวเราเข้าไปสู่กระแสบุญ..
อันได้แก่..ความสุข..ความสงบ..ที่เกิดขึ้นในจิตใจเรา..

หากเราไม่สนใจ..ไม่เอาใจใส่ในธรรม..
ชีวิตของเราก็จะพบเจอแต่ความทุกข์..
จึงจำเป็นอย่างยิ่ง..
ที่เราควรสร้างกระแสธรรม..
เพื่อน้อมนำไปสู่กระแสบุญ..
เพื่อสร้างความสุขสงบในจิตใจ..

บทความ..โดย..ชายน้อย.. ขอบคุณที่มา http://www.dhammathai.org